21 พฤษภาคม 2024

ประชาชื่นนิวส์

ทันโลกธุรกิจ อัพเดตทุกไลฟ์สไตล์

ททท.- ฟุคส์ ลูบริแคนท์ส-บอร์เนียว-พอลาเนอร์ พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับสังคมไทย

ในการจัดกิจกรรม Prachachuen news : Let’s Go Low Carbon for Charity Rally 2024 ครั้งที่ 1 เที่ยวข้ามภาค เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง ซึ่ง www.Prachachuennews.com จัดขึ้น เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน

สาธร ลีลาขจรจิต บรรณธิการบริหารประชาชื่นนิวส์ 

ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ Prachachuennews และ 4 องค์กรใหญ่ ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูมิภาคตะวันออก, บริษัท ฟุคส์ ลูบริแคนท์ส (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท บอร์เนียว เทคนิเคิล (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท โฟลว์ อินเตอร์ จำกัด มาร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลัก ซึ่งทั้ง 4 องค์กรนี้ มีนโยบายอย่างเข้มแข็งในการดูแลสิ่งแวดล้อมอันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูมิภาคภาคตะวันออก ได้เผยถึงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของ ททท. กล่าวว่า ททท. ภูมิภาคภาคตะวันออก ได้รณรงค์สร้างพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวแนวใหม่ ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม (Responsible Tourism) นับว่าเป็นหนึ่งในแนวคิดการท่องเที่ยววิถีใหม่ (New Normal) ที่มุ่งเน้นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ไม่ทำกิจกรรมหรือพฤติกรรมใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยมีการจัดการที่ยั่งยืน ครอบคลุมไปถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรการจัดการสิ่งแวดล้อม การป้องกันและกำจัดมลพิษ และควบคุม การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างมีขอบเขต เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาช่วยกันดูแลรักษาธรรมชาติให้ประเทศสวยงามและยั่งยืน

สมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 

“ททท. ภูมิภาคภาคตะวันออก จัดโครงการ ‘STGs เที่ยว 4 ดี ดีต่อโลก ดีต่อเรา’ กำหนดยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยวให้เกิดความสมดุลในทุกมิติ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน โดยได้พัฒนาเป้าหมายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ Sustainable Tourism Goals: STGs 17 ประการ ต่อยอดจากเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) เพื่อส่งเสริม ผลักดัน และยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้นำ 17 เป้าหมายของ STGs ซึ่งครอบคลุมทั้ง 4 มิติ

ในระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยว ประกอบด้วย มิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล อาทิ การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม, การให้ความรู้ Low Carbon Tourism กิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็นทางเลือก ในการช่วยลดการปล่อยคาร์บอนให้น้อยลง, ลดการสร้างขยะ, ท ากิจกรรมที่กระทบกับสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด และ ผู้ประกอบการชุมชนใช้วัสดุจากธรรมชาติที่ย่อยสลายง่าย เพื่อให้เกิด zero waste

ไม่เพียงเท่านั้น ททท. ภูมิภาคตะวันออกมีส่วนในการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม โดยการประยุกต์ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการบริหารจัดการจำนวนนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเป้าหมายหลักของการร่างแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาตินั้นประกอบไปด้วย 4 หัวข้อหลัก คือ 1) การท่องเที่ยวไทยมีความเข้มแข็งและสมดุล 2) การยกระดับความเชื่อมโยงและโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว 3) การสร้างความเชื่อมั่นและมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณค่าสูง และ4) การบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน”

ผอ.สมชาย ยังได้กล่าวถึงแผนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต ของ ททท.ภูมิภาคตะวันออก ที่จะเร่งดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม คือ การสร้างความยั่งยืนทางการท่องเที่ยว : เน้นความร่วมมือระหว่าง ททท. ภูมิภาคภาคตะวันออก กับเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เกิดการมีส่วนร่วมและมีความรับผิดชอบต่อ สังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการ

เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว รวมถึงการกระจายพื้นที่ และ โอกาสทางการท่องเที่ยวเพื่อสร้าง ความสมดุลทางการท่องเที่ยว โดยการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดรอง เพิ่มรายได้สู่ชุมชน และขยายโอกาสในการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทย

ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บริหารความสัมพันธ์และสร้างเสริมศักยภาพของเครือข่าย ส่งเสริมพื้นที่ท่องเที่ยวและสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน กระจายโอกาสในการท่องเที่ยวและส่งเสริมการเรียนรู้

Mr. Stephan Lenz, Regional Business Development Manager & Southeast Asia บริษัท ฟุคส์ ลูบริแคนท์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องหล่อลื่นระดับโลก กล่าวว่า นโยบายการดูแลสิ่งแวดล้อมของเราไม่ได้เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น แต่เป็นพันธสัญญาในการดำเนินการ เราหลอมรวมความยั่งยืนในทุกด้านของธุรกิจของเรา

เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเราไม่เพียงแต่จะปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม แต่เรายังสร้างมาตรฐานใหม่เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อระบบนิเวศน์อีกด้วย ซึ่งสอดคล้องกันกับสิ่งที่ FUCHS ให้ความสำคัญในเป้าหมายการทำธุรกิจระยะยาว โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะเพิ่มคุณค่าขององค์กรและให้เงินปันผลที่มั่นคง

“FUCHS ไม่เพียงแต่ในประเทศไทย แต่ในทุกประเทศที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจ มีการดำเนินการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม มีการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพกับสิ่งแวดล้อม โดยมีการลดของเสียตลอดจนการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม การดำเนินงานของเราสะท้อนให้เห็นถึงการรักษ์โลกเพื่อไว้ให้คนรุ่นหลัง เป็นไปตามแนวทางของ FUCHS’s ในด้านความรับผิดชอบต่อระบบนิเวศน์ ที่เราจะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผลิตภัณฑ์ของ  FUCHS ผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและการดูแลสิ่งแวดล้อม เราพัฒนาสารหล่อลื่นที่ช่วยลดการเผาผลาญพลังงานและปลดปล่อยของเสีย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้อุตสาหกรรมสะอาดและโลกมีสุขภาพดีขึ้น สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงนวัตกรรมของ FUCHS ที่จะเปลี่ยนผ่านมาใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนในปี 2025 และบรรลุเป้าหมาย 54% ของส่วนแบ่งทางการตลาดพลังงานไฟฟ้าสีเขียวท่ามกลางบริษัทในเครือในปี 2022”

Stephan Lenz, Regional Business Development Manager & Southeast Asia บริษัท ฟุคส์ ลูบริแคนท์ส (ประเทศไทย) จำกัด

สำหรับแผนการในอนาคต Mr. Stephan Lenz เผยว่า FUCHS มีแผนจะขยายความพยายามด้านสิ่งแวดล้อม การลงทุนในพลังงานทดแทน, การขยายผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมกับสังคมในการส่งเสริมให้มีความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปสู่การรักษ์สิ่งแวดล้อมในอนาคต

ตั้งแต่ปี 2020 ผลิตภัณฑ์ของเรามีการขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้โดยให้ประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อชดเชยกับการขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในปี 2025 เราแพลนที่จะลดการขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ตั้งแต่จุดเริ่มต้นถึงจุดสุดท้ายทุกจุดในห่วงโซ่ของการปลดปล่อยของเสียจากธุรกิจของเรา เป้าหมายในปี 2040 คือการขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็นศูนย์ ปัจจุบันเรากำลังเริ่มก้าวไปสู่เป้าหมายนี้

นายณัฐพล โสวัญณะ Business Unit Manager Automotive Aftermarket Division บริษัท บอร์เนียว เทคนิเคิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บอร์เนียว เทคนิเคิล (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทที่อยู่ในเครือของบริษัท Toyota Tsusho ประเทศญี่ปุ่น  ดำเนินธุรกิจ เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 168 ปี

มีสินค้าจัดจำหน่ายในหลากหลายแบรนด์สินค้า เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าทั้งในส่วนของภาคอุตสาหกรรม และส่วนของอะไหล่รถยนต์ อาทิ แบตเตอรี่ Amaron แบตพร้อมใช้งาน ไม่ต้องบำรุงรักษา มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน รับประกันสูงสุดถึง 2 ปี และผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น FUCHS คุณภาพสูงจากประเทศเยอรมัน

ณัฐพล โสวัญณะ Business Unit Manager Automotive Aftermarket Division บริษัท บอร์เนียว เทคนิเคิล (ประเทศไทย) จำกัด

“อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าบอร์เนียวทำการค้าคู่กับคนไทยมายาวนานจากอดีตถึงปัจจุบัน บริษัทจึงยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลในการค้าขาย ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ซึ่งการจัดกิจกรรม Prachachuen news : Let’s Go Low Carbon for Charity Rally 2024 ของประชาชื่นนิวส์ในครั้งนี้ ก็สอดคล้องกับ Roadmap ‘Carbon Neutral 2050’ ของบริษัทในเครือของกลุ่ม Toyota Tsusho

 

ซึ่งมีการวางแผนงานเพื่อลด GHG (Green House Gases) ไม่ว่าจะเป็น การปรับใช้พลังงานทางเลือก อันได้แก่ โซล่าเซลล์, แบตเตอรี่ รวมถึงพลังงานไฮโดรเจนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Toyota  นอกเหนือจากนี้ยังมีการร่วมมือกับผู้ผลิตสินค้าในการพัฒนาและจัดจำหน่ายสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการส่งเสริมวัฒนธรรม 3Rs (Rebuilt, Reuse, Recycle) ให้กับพนักงาน, คู่ค้า และลูกค้า และท้ายที่สุดมีการเข้าร่วมกิจกรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น”

กานติพิชชา คงสมบัติ ประธานบริษัท โฟลว์ อินเตอร์ จำกัด

ปิดท้ายด้วย นางกานติพิชชา คงสมบัติ ประธานบริษัท โฟลว์ อินเตอร์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มระดับพรีเมี่ยมหลากหลายแบรนด์ กล่าวว่า เราได้นำเข้าเครื่องดื่มจากต่างประเทศกว่า 35 ชนิด โดยเฉพาะ พอลาเนอร์เบียร์ จากประเทศเยอรมัน และดำเนินธุรกิจร้านอาหารภายใต้ชื่อ พอลาเนอร์ การ์เด้นท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีส่วนในการช่วยดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

“ที่พอลาเนอร์การ์เด้นท์ เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม เริ่มตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ปลอดภัยกับผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุดิบ เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ได้จากแหล่งผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เหล่านี้เป็นต้น ที่สำคัญ เราพยายามอย่างยิ่งในการจัดการวัตถุดิบอาหารให้เหลือขยะน้อยที่สุด รวมไปถึงการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการคัดแยกขยะ เศษอาหาร ขวดแก้ว พลาสติก ไม่เพียงง่ายต่อการจัดเก็บหรือกำจัดออกไปอย่างถูกวิธี

การคัดแยกยังทำให้เรานำขยะบางประเภทเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างเหมาะสม และกลายมาเป็นรายได้ของร้าน   และบริเวณลานจอดรถ ก็ยังเพิ่มเติมสีเขียวด้วยการปลูกต้นไม้ให้กลายเป็นแนวเส้นขอบรั้วที่สวยงาม และสร้างความสดชื่นสบายตาไปพร้อมกัน สร้างความร่มรื่นและต้นไม้ยังช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่ใช่แค่ต้นไม้ ทางร้านยังมีการปลูกพืชผักสวนครัวแบบออร์แกนิคปลอดสารพิษ ที่สามารถนำกลับมาใช้ภายในร้านของเราด้วย เป็นส่วนหนึ่งที่เราสามารถช่วยลดโลกร้อน และที่สำคัญ ยังเป็นประโยชน์กับธุรกิจของเราอีกด้วย”

การดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาชน จะต้องร่วมมือ ร่วมแรง ช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เพื่อใครแต่เพื่อเราทุกคนจะได้มีอากาศสะอาดไว้หายใจ ไม่ต้องเผชิญกับความร้อน ฝุ่นควันที่ทำร้ายสุขภาพเราอย่างเช่นทุกวันนี้

ขอบคุณ  ททท.- ฟุคส์ ลูบริแคนท์ส-บอร์เนียว-พอลาเนอร์

#สุขทันทีที่เที่ยวภาคตะวันออก #ระยอง #prachachuennews #LetGoLowCarbonforcharityRally2024

 

 

Post by

0Shares