21 กุมภาพันธ์ 2024

ประชาชื่นนิวส์

ทันโลกธุรกิจ อัพเดตทุกไลฟ์สไตล์

กิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง กับความสุขง่ายๆ หาได้ที่ภาคกลาง

ครั้งแรกในไทย! เที่ยวสิงห์บุรีแบบใหม่ Art and Design พบกับเทศกาลแสงสีสิงห์ (Let’s Glow Singburi) โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวงานใหญ่ของภาคกลาง “แสง สี สิงห์ (Let’s Glow Singburi)” ณ ศาลากลาง ร.ศ.130 จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวกับจังหวัดใกล้เคียงในภาคกลาง ระหว่างวันที่ 18 – 27 สิงหาคมนี้

นายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่าในงานแถลงข่าว เทศกาลแสง สี สิงห์ว่า งานเทศกาล “แสง สี สิงห์ (Let’s Glow Singburi)”เป็นกิจกรรมนำร่อง (Pilot Project) ในการพัฒนา การท่องเที่ยวเมืองรองรูปแบบใหม่ นำไปสู่การดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ให้เข้ามาในจังหวัดเพิ่มขึ้น หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงกระจายรายได้และเสริมสร้าง ศักยภาพในการแข่งขันให้กับผู้ประก่อบการรายย่อยในพื้นที่อย่างยั่งยืน

พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองรอง ด้วยการสร้างภาพลักษณ์และภาพจำใหม่ สร้างสรรค์สินค้า การท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ ๆ ให้กับจังหวัดในพื้นที่ ภาคกลาง โดยอนาคตจะนำโมเดลนี้มาใช้ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองในจังหวัดอื่นด้วย เช่น ชัยนาท ลพบรี อ่างทอง ซึ่งมีลักษณะทางภูมิศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่มีความคล้ายคลึงกับสิงห์บุรี

ที่สำคัญการจัดเทศกาลครั้งนี้ หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวในสิงห์บุรีไห้ดียิ่งขึ้น แม้ภาพรวมการท่องเที่ยวของสิงห์บุรีในปีนี้เป็นไปด้วยดีและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน 2566 มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวสิงห์บุรีแล้ว 246,741 คน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 43 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา) มีรายได้หมุนเวียนในจังหวัด 349 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 30) มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโควิด-19 ที่ลดลงและมีการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่สร้างความเชื่อมั่น และความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

กิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการพัฒนาการท่องเที่ยวในจังหวัดสิงห์บุรี ยังพบปัญหาใน 2 ด้าน ได้แก่ ปัญหาการเดินทางเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวเนื่องจากเส้นทางและเครือข่ายคมนาคมภายในและนอกจังหวัด บางส่วนยังไม่มีมาตรฐานและไม่มีบริการรถขนส่งสาธารณะในจังหวัด มีแต่รถเข่าเหมาเท่านั้น อีกทั้งแหล่งท่องเที่ยวชุมชนยังขาดแนวทางและศักยภาพในกรพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน ในเชิงบูรณาการ เช่น  ยังไม่มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวหรือมีความน่าสนใจเท่าที่ควร รวมถึงขาดมัคคุเทศก์ หรือวิทยากรท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญในการบรรยายให้ความรู้

จากปัญหาดังกล่าว ทำให้ททท. มีแนวทางที่จะพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสิงห์บุรีในอนาคต เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่เข้ามาเที่ยวสิงห์บุรีให้มากยิ่งขึ้น ด้วยการทำคอนเทนต์ส่งเสริมการการท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ ทันสมัย สร้างกระแส ผ่านเรื่องเล่า (Storytelling) บน Social Media ส่งเสริมให้ความรู้แก่แหล่งท่องเที่ยวชุมชน

เพื่อเพิ่มศักยภาพและความพร้อมทั้งด้านบุคคลากรและสถานที่ รวมถึงผลักดันให้เกิดการพัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวให้มีความทันสมัยแต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ของภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมเพิ่มโอกาสและ ช่องทางการขายผ่านตลาดออนไลน์

จริงๆ แล้วสิงห์บุรี มีต้นทุนการท่องเที่ยวที่มีความพร้อม แต่ไม่ได้ถูกนำมาฉายภาพให้ชัดเจนทำให้สิงห์บุรีเป็นเพียงเมืองรองทางผ่านที่นักท่องเที่ยวมักแวะทำบุญไหว้พระ และซื้อของฝากเท่านั้น ที่สำคัญคือ การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในจังหวัดไม่ได้รับการกระตุ้นเท่าที่ควร ยิ่งมาเจอปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (cliate change)

กิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

ก็ยิ่งทำให้รายได้หลักของคนในพื้นที่ ที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรลดน้อยลงอีก ดังนั้น การจัดงาน “เทศกาลแสง สี สิงห์” ครั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มทางเลือกในการสร้างรายได้และลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจให้กับพี่น้องในจังหวัดสิงห์บุรี

ซึ่งแนวคิดสำคัญในการจัดงานครั้งนี้ คือการนำจุดเด่นของ จังหวัดมาขยายและตีความใหม่ พร้อมถ่ายทอดผ่านงานศิลปะและการออกแบบร่วมสมัย รวมถึงใช้เทคโนโลยีมาช่วยเสริมพลังและเสน่ห์ให้กับวัฒนธรรมดั้งเติม เพื่อสร้างภาพจำใหม่ของสิงห์บุรี และสร้างสินต้าท่องเที่ยวใหม่ในรูปแบบ Contemporary man-made tourism products หรือแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนในพื้นที่ร่วมกันสร้างขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงสถานที่ต่างๆ ได้ง่ายและสนุกขึ้น

เพราะสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ของสิงห์บุรีที่ทรงคุณค่าอยู่แล้ว จะถูกถ่ายทอดให้งดงามและมีสีสันมากขึ้นผ่านเทศกาลแสง สี สิงห์ อาทิ แลนด์มาร์คสำคัญ อย่างอาคารศาลากลางเก่าแก่เกือบ 120 ปี ที่ออกแบบด้วยศิลปะตะวันตกตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันนำมาใช้เป็นมิวเซียมสิงห์บุรี เพื่อให้คนทุกวัยได้เรียนรู้ความเป็นมาของจังหวัด รวมถึง สตรีทอาร์ตที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ระยะทาง 3 กิโลเมตร ซึ่งตั้งอยู่ริมเขื่อนใจกลางเมือง หรือประวัติศาสตร์เกือบ 300 ปีของความสามัคคีและรักชาติของวีรชนคนกล้าค่ายบางระจัน เป็นต้น

การจัดงานครั้งนี้ ถือเป็นการจุดประกายให้สิงห์บุรี เป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างศิลปะเก่าแก่และสมัยใหม่อย่างลงตัว และด้วยความน่าสนใจและความยิ่งใหญ่ในการจัดงานครั้งนี้ คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งภายในและนอกจังหวัดได้นับแสนคน โดยขณะนี้พี่น้องชาวสิงห์บุรีพร้อมที่จะเป็นเจ้าบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนมาร่วมเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ตลอดช่วง เทศกาลแสง สี สิงห์ที่จะจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลา 10 วัน 10 คืน ถ้าพลาดไปจะเสียดาย เพราะนี่คือครั้งแรกที่จะมีการจัดกิจกรรมแบบนี้ขึ้นคนรุ่นใหม่ตื่นเต้น! รอเทศกาลแสง สี สิงห์

 

 

 

Post by

0Shares